
Business
สรุป ธุรกิจในอาณาจักร The Ritz Aesthetic Group กลุ่มธุรกิจคลินิกความงาม ที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางทะเลเลือด
27 ก.พ. 2025
The Ritz Aesthetic Group x ลงทุนเกิร์ล
แม้ว่าตลาดคลินิกความงามของไทย จะเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด จนได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจที่อยู่ใน Red Ocean
แต่รู้หรือไม่ว่า กุญแจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดนี้ คือการให้บริการอย่างจริงใจ และการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุด
เหมือนกับที่ The Ritz Aesthetic Group กลุ่มธุรกิจความงาม ภายใต้การนำของหมอริท-นายแพทย์เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางทะเลเลือด
ความน่าสนใจของธุรกิจในเครือเดอะริทซ์เอสเธทิค คืออะไร ?
แล้วเดอะริทซ์เอสเธทิค ทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
แล้วเดอะริทซ์เอสเธทิค ทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
บริษัท เดอะริทซ์เอสเธทิค จำกัด หรือ The Ritz Aesthetic Group คือ กลุ่มธุรกิจคลินิกความงามของไทย ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2562
โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณและความฝันของนายแพทย์เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หรือ “หมอริท” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการมอบประสบการณ์ความงามรูปแบบใหม่ ให้กับผู้ที่สนใจและใส่ใจเรื่องความสวยความงาม
ต้องบอกว่า หมอริททุ่มเท และให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกนี้ เพื่อพร้อมสู่การเป็นคลินิกความงามชั้นนำ ที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวพรรณและการปรับรูปหน้า
ทั้งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผสานองค์ความรู้ของการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อส่งมอบการรักษาที่ปลอดภัย และได้มาตรฐานในระดับสากล
การเลือกผลิตภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในหมู่แพทย์ผิวหนังและความงามชั้นนำจากทั่วโลกเท่านั้น
รวมถึงมาตรฐานการให้บริการของ The Ritz Aesthetic Group ที่อิงตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S.FDA) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความสามารถในการให้บริการ และสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้บริการได้
เรียกได้ว่า ทุก ๆ รายละเอียดของคลินิก ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ ตั้งแต่ต้นจนจบ
แม้ปัจจุบัน The Ritz Aesthetic Group จะถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในอุตสาหกรรมนี้
แต่ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี ตั้งแต่ก่อตั้ง
The Ritz Aesthetic Group ก็สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมีธุรกิจความงามในเครือถึง 3 ธุรกิจ
The Ritz Aesthetic Group ก็สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมีธุรกิจความงามในเครือถึง 3 ธุรกิจ
1. THE RITZ CLINIC
คลินิกความงามที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวพรรณ การปรับรูปหน้า และเลเซอร์ ที่ในปีนี้ ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 และมีการขยายไปสู่สาขาที่ 10 ของการให้บริการ โดยสาขาใหม่ล่าสุด คือสาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
คลินิกความงามที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวพรรณ การปรับรูปหน้า และเลเซอร์ ที่ในปีนี้ ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 และมีการขยายไปสู่สาขาที่ 10 ของการให้บริการ โดยสาขาใหม่ล่าสุด คือสาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
ต้องบอกว่า ด้วยความพร้อมของคลินิก ทั้งเรื่องเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ยา และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ THE RITZ CLINIC ได้รับความไว้วางใจในคนหลายกลุ่ม รวมถึงดาราและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
นอกจากนี้ THE RITZ CLINIC ยังเป็นคลินิกที่ไม่หยุดพัฒนา
แม้จะมีความชำนาญการแล้ว แต่ก็มีการจัดฝึกอบรมนวัตกรรมความงาม ผ่าน Exclusive Training จากทางบริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่ออัปเดตเทรนด์ และอัปเดตความรู้ให้กับทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีความชำนาญการแล้ว แต่ก็มีการจัดฝึกอบรมนวัตกรรมความงาม ผ่าน Exclusive Training จากทางบริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่ออัปเดตเทรนด์ และอัปเดตความรู้ให้กับทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง
2. ILIDZ CLINIC
คลินิกศัลยกรรมรอบดวงตาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง
ซึ่งถือเป็นการขยายธุรกิจศัลยกรรมครั้งแรกของ The Ritz Aesthetic Group
คลินิกศัลยกรรมรอบดวงตาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง
ซึ่งถือเป็นการขยายธุรกิจศัลยกรรมครั้งแรกของ The Ritz Aesthetic Group
โดย ILIDZ CLINIC ไม่เพียงแค่โดดเด่นเรื่องการให้บริการออกแบบชั้นตา ที่สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ และเข้ากับรายบุคคลเท่านั้น
แต่ที่นี่ยังมีบริการศัลยกรรมตาสองชั้นแบบไร้รอยแผล, ตัดหนังส่วนเกิน, จัดเรียงไขมัน, การยกหางตา, เปิดหัวตา และการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไร้แผล
รวมถึงบริการรักษาโรคทางตา ที่ส่งผลต่อทั้งความงามและการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์รับส่งต่อเคสแก้ ที่มีปัญหาการศัลยกรรมจากที่อื่น เนื่องจากที่ ILIDZ CLINIC มีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นอาจารย์แพทย์ ซึ่งเป็นจักษุแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง (Oculoplastic and Reconstructive Surgeon) ที่คอยดูแลเคสเหล่านี้โดยเฉพาะ
ILIDZ CLINIC จึงเต็มไปด้วยการบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นเคสทำ เคสแก้ ก็รับดูแลทั้งหมด
3. SPACE V CLINIC
คลินิกความงามรูปแบบใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การให้บริการและอำนวยความสะดวกกับคนไข้ด้วย Medical AI System แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ
คลินิกความงามรูปแบบใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การให้บริการและอำนวยความสะดวกกับคนไข้ด้วย Medical AI System แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ
หรือก็คือการนำระบบ AI มาบูรณาการเข้ากับระบบการรักษา เพื่อลดกิจกรรมซ้ำซ้อนของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งที่นี่ถือเป็นที่แรกในไทย ที่ทำให้ AI สามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการแทนบุคลากรทางการแพทย์ได้
อย่างไรก็ตาม SPACE V CLINIC ก็ยังคงให้บริการตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยมีแพทย์เป็นผู้ดำเนินกิจการคลินิกตามมาตรฐานของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
ต้องบอกว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ทำให้ SPACE V CLINIC สามารถลดจำนวนพนักงานลงได้ ส่งผลให้ต้นทุนถูกลง และราคาของการทำสวยก็ถูกลงตามไปด้วย
โดยข้อดีของโมเดลธุรกิจแบบนี้ จะทำให้ SPACE V CLINIC สามารถขยายสาขาได้ไวขึ้น อีกทั้งยังทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ The Ritz Aesthetic Group เตรียมการไว้เพื่อแข่งขันกับตลาด Red Ocean นี้
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นว่าทั้ง 3 คลินิก ใน The Ritz Aesthetic Group มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น การดูแลผิวพรรณ การปรับรูปหน้า ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด
นอกจากนี้ ทุกคลินิกยังสร้างมาตรฐานการบริการที่สูง พร้อมมุ่งเน้นการดูแลผู้ใช้บริการแบบรายบุคคล และเน้นการดูแลอย่างจริงใจ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ
อีกทั้งยังเสริมแกร่งธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่คู่แข่งยังไม่มี เข้ามาผสมผสาน ทำให้คลินิกมีความโดดเด่น และสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการใหม่ ๆ ได้ จนได้รับรางวัลการันตีมากมาย ที่แสดงถึงความสำเร็จของคลินิก
ล่าสุด ทางคลินิกได้รับรางวัลการเติบโตอย่างยอดเยี่ยมในด้านโปรแกรมยกกระชับระดับเอเชียแปซิฟิก มอบโดยบริษัท Merz Aesthetics และยังได้รับรางวัลด้านโปรแกรมยกกระชับ ต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อนที่ มอบโดยบริษัท Quantum Healthcare
นอกจากนี้ ปี 2568 ทางคลินิกได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการอย่างมากมาย ที่ไว้ใจและเชื่อใจให้เราได้ดูแล จึงทำให้ทางคลินิกยังได้รับรางวัล TOP 5 Grand Excellence Award
ในโปรแกรม Filler, โปรแกรม Botulinum Toxin และ โปรแกรม Skin Sculpting Solution มอบโดย บริษัท Galderma Thailand รวมไปถึงยังได้รับรางวัลจากบริษัท Merz Aesthetics และ บริษัท Allergan Aesthetics Thailand ในด้านโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้า ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศอีกด้วย
ในโปรแกรม Filler, โปรแกรม Botulinum Toxin และ โปรแกรม Skin Sculpting Solution มอบโดย บริษัท Galderma Thailand รวมไปถึงยังได้รับรางวัลจากบริษัท Merz Aesthetics และ บริษัท Allergan Aesthetics Thailand ในด้านโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้า ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศอีกด้วย
ซึ่ง THE RITZ CLINIC ไม่เพียงรับรางวัลด้านยกกระชับปรับรูปหน้าเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลด้านเลเซอร์ ด้วยโปรแกรม Discovery Pico Laser ประจำปี 2566 มอบโดย Quanta System
เท่านั้นยังไม่พอ ทางคลินิกยังได้รับรางวัลเรื่องโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวระดับเอเชียแปซิฟิกในปี 2567 มอบโดยบริษัท Merz Aesthetics อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแค่เป็นเหตุผลที่ทำให้ The Ritz Aesthetic Group สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ทำให้คลินิกสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน
ทุกวันนี้ THE RITZ CLINIC จึงไม่ได้เป็นแค่คลินิกความงาม แต่เป็น The Ritz Aesthetic Group ที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับวงการความงามของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล
และทุกธุรกิจภายใต้ The Ritz Aesthetic Group ก็จะไม่หยุดพัฒนา ทั้งในเรื่องของมาตรฐาน ความรู้ความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และการบริการ ให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเหมาะกับแต่ละบุคคล
ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือบทพิสูจน์การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ The Ritz Aesthetic Group จนทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการมาจนถึงทุกวันนี้
สุดท้ายนี้ ก็น่าติดตามต่อว่า ในอนาคต The Ritz Aesthetic Group จะมีธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอะไรอีกบ้าง เพื่อมาสอดรับกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการ ที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
Reference:
-ข้อมูลจาก เดอะริทซ์เอสเธทิค
-ข้อมูลจาก เดอะริทซ์เอสเธทิค