
Business
เจาะกลยุทธ์ NOOYOO แบรนด์ให้บริการเจาะหู ที่ทำให้การเจาะหู ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป
15 ส.ค. 2024
เจาะกลยุทธ์ NOOYOO แบรนด์ให้บริการเจาะหู ที่ทำให้การเจาะหู ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป /โดย ลงทุนเกิร์ล
ดูดีมีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และไว้ใจได้
คงเป็นคุณสมบัติหลักของร้านบริการเจาะหูที่คนส่วนใหญ่มองหา
คงเป็นคุณสมบัติหลักของร้านบริการเจาะหูที่คนส่วนใหญ่มองหา
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่แทบทุกห้างสรรพสินค้ายอดนิยม
เรามักจะเห็นร้านบริการรับเจาะหูร้านหนึ่ง ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียว-ชมพูพาสเทลสดใส มีดิสเพลย์แขวนสินค้ารูปตัวอักษร O ขนาดใหญ่ ล้อไปกับโลโกที่คุ้นชินตาอยู่เสมอในชื่อแบรนด์ NOOYOO
เรามักจะเห็นร้านบริการรับเจาะหูร้านหนึ่ง ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียว-ชมพูพาสเทลสดใส มีดิสเพลย์แขวนสินค้ารูปตัวอักษร O ขนาดใหญ่ ล้อไปกับโลโกที่คุ้นชินตาอยู่เสมอในชื่อแบรนด์ NOOYOO
ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน NOOYOO มีสาขาทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ หลังก่อตั้งมาแล้ว 13 ปี
ถ้าคิดแบบง่าย ๆ เท่ากับว่าเฉลี่ยแล้ว NOOYOO สามารถขยายสาขาได้เกือบ 2-3 แห่งทุกปี
ถ้าคิดแบบง่าย ๆ เท่ากับว่าเฉลี่ยแล้ว NOOYOO สามารถขยายสาขาได้เกือบ 2-3 แห่งทุกปี
วันนี้ลงทุนเกิร์ลได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Martin Gross ผู้ก่อตั้งแบรนด์ และคุณศิชญาณ์ิ นิธิดิษยะรังษี ผู้ดำรงตำแหน่ง Country Manager ถึงกลยุทธ์ที่ทำให้ NOOYOO ยืนหนึ่งแทบจะเป็นร้านเจาะหูเพียงร้านเดียวในห้างสรรพสินค้า
เรื่องราวของ NOOYOO น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
หากจะพูดถึงจุดเริ่มต้น คงต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2552
คุณ Martin Gross ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสเดินทางมายังประเทศไทย และพบว่าร้านบริการเจาะหูในไทย ณ ช่วงเวลานั้น เป็นธุรกิจสเกลเล็ก และมีรูปแบบแตกต่างจากประเทศอื่น โดยมักจะอยู่ในร้านสัก หรือร้านสำหรับผู้ใหญ่เพื่อเข้าไปใช้บริการ
ขณะเดียวกันคุณ Martin สังเกตเห็นว่า ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ชาวไทยนิยมไปใช้เวลากับครอบครัวในวันว่าง
อีกทั้งห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ยังมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนประเทศอื่น ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความยิ่งใหญ่ ความสวยงาม และมีร้านค้าหลากหลายครบจบในที่เดียว
สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณ Martin ผู้ที่มีธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับ และการให้บริการเจาะอยู่แล้วที่ประเทศตนเอง มองเห็นช่องทางการทำธุรกิจร้านบริการเจาะหูในประเทศไทย
พร้อมกับไอเดียในการเสริมภาพลักษณ์ที่ดี สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองกับลูกค้า โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้หญิง ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน
ในเวลาต่อมาคุณ Martin หาทีมงานเพิ่มเติม จนได้พนักงานคนที่สองของบริษัท คือคุณศิชญาณ์ิ นิธิดิษยะรังษี มาช่วยนำเสนอโปรเจกต์และรูปแบบร้านกับศูนย์การค้าต่าง ๆ จึงเกิดเป็นแบรนด์ “NOOYOO” ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2555 และมีหน้าร้านแห่งแรกที่เดอะมอลล์บางกะปิ
หลังจากที่เปิดตัว NOOYOO ก็ติดตลาดอย่างรวดเร็ว จากยอดให้บริการเจาะหลักร้อยใน 1 สาขา จนในปัจจุบัน มียอดให้บริการเจาะเฉลี่ย 15,000 การเจาะต่อเดือน และมีทั้งหมด 32 สาขา
แม้การสร้างแบรนด์ของ NOOYOO ไม่ได้เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เพราะแนวคิดในเรื่องความสำคัญของคุณภาพมากกว่าปริมาณ NOOYOO จึงขยายสาขาเพียง 2-3 สาขาต่อปีเท่านั้น เพื่อให้ยังคงรักษามาตรฐานที่ดีของการบริการไว้ได้
สาเหตุที่ทำให้ NOOYOO เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ก็มีหลายองค์ประกอบรวมกัน
โดยลงทุนเกิร์ลสรุปออกมาเป็นกลยุทธ์หลักได้ 4 ข้อ ดังนี้
โดยลงทุนเกิร์ลสรุปออกมาเป็นกลยุทธ์หลักได้ 4 ข้อ ดังนี้
ข้อแรก คือ “สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย”
ในเริ่มแรก ทีมงานคิดชื่อแบรนด์กันอยู่หลายชื่อ โดยให้ความสำคัญกับการออกเสียง ซึ่งต้องไม่ยากเกินไปสำหรับคนไทย และต้องเป็นชื่อที่จดจำได้ง่าย
จึงได้มาเป็นชื่อ NOOYOO อ่านว่า นู-ยู ที่กิมมิกมาจากการเล่นคำว่า New You สื่อถึง การเป็นคนใหม่ สร้างลุคใหม่ ๆ หลังจากที่ได้เจาะหูนั่นเอง
พร้อมด้วยการสร้างแบรนด์ดิงให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า โดยใส่ใจตั้งแต่การออกแบบร้าน โลโก ฟอนต์ สี สร้าง CI ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะและน่าจดจำ
สีประจำของแบรนด์คือสีเขียว, ชมพู, ม่วง และเหลืองพาสเทล ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นสีบอกหมวดหมู่ของสินค้า
สีเขียวคือ ต่างหู สีชมพูคือ จิวสะดือ สีม่วงคือ จิวจมูก และสีเหลืองคือ หมวดจิวเวลรีสำหรับเจาะ
สีเขียวคือ ต่างหู สีชมพูคือ จิวสะดือ สีม่วงคือ จิวจมูก และสีเหลืองคือ หมวดจิวเวลรีสำหรับเจาะ
การเลือกสีพาสเทลนั้นทำให้แบรนด์ดูสดใส ดึงดูดกลุ่มลูกค้า รวมถึงทำให้ดูเป็นมิตรกับเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจพาลูก ๆ มาเจาะหูในร้านที่สะอาด และไม่น่ากลัว
ถัดมา คือ “สินค้าและบริการ ที่มีมาตรฐานระดับสากล”
NOOYOO มีจุดแข็งที่ชัดเจน คือการเจาะหูแบบปลอดภัยและถูกสุขอนามัย
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะถูกดิไซน์และพัฒนามาจากผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ด้านการเจาะรายใหญ่ที่สุดในโลก จากสหรัฐอเมริกา มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และความสะอาด
ส่วนจิวเวลรีสำหรับใช้เจาะทั้งหมดนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา โดยถูกบรรจุและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ผลิตจากวัสดุที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เช่น สเตนเลสเกรดเครื่องมือแพทย์, ไทเทเนียม และทองคำ 14k จึงมีความสะอาด ปลอดภัย
สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและทำให้ NOOYOO ต่างจากคู่แข่ง
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สินค้าของ NOOYOO แตกต่างจากเจ้าอื่นคือ การคัดเลือกดิไซน์จิวเวลรี ให้ตอบโจทย์ตามสรีระร่างกายของลูกค้าที่แตกต่างกัน เช่น ต่างหูรุ่นก้านยาวพิเศษ สำหรับลูกค้าที่มีติ่งหูหนา
นอกจากสินค้าจะดีแล้ว การบริการก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ
ในช่วงปีแรกของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพผิว หรือการปรับความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังการเจาะ เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับแบรนด์พอสมควร เพราะความเชื่อเกี่ยวกับการเจาะหูในสมัยนั้นแตกต่างจากปัจจุบันอยู่มาก
ดังนั้นแบรนด์จึงต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการเทรนพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถตอบคำถาม ให้ความรู้ และสามารถดูแลลูกค้าหลังรับบริการจากที่ร้านได้
โดย NOOYOO จัดอบรมพนักงานทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อประเมินมาตรฐานการเจาะของพนักงานแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง ให้พนักงานได้อัปเดตข้อมูลสินค้าใหม่ และให้แต่ละสาขาได้มีโอกาสแชร์ปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอจากการทำงาน นำมาปรับปรุงในอนาคต
ข้อสาม คือ “การเลือกทำเลของร้าน และขยายช่องทางการขาย”
กลยุทธ์การเลือกทำเลของ NOOYOO คือ การเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า โดยเน้นพื้นที่ที่ผู้คนมักจะเดินผ่านไปมา และพยายามให้อยู่ชั้นแรก ๆ ของห้าง
นอกจากในกรุงเทพฯ แล้ว NOOYOO ยังขยายสาขาไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่, ภูเก็ต, หัวหิน และ พัทยา เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าง่ายขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา แม้จะเผชิญวิกฤติหนักในช่วงโรคระบาด แต่ NOOYOO ก็ไม่เคยปิดสาขา หรือต้องปลดพนักงานออกเลยแม้แต่คนเดียว
ซึ่งในช่วงโรคระบาด NOOYOO ยังสามารถสร้างยอดขายทางออนไลน์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นช่องทางการขายที่ทำให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าของ NOOYOO มีอยู่ทั่วประเทศ ไม่เพียงเฉพาะภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สาขาเกือบทั้งหมดตั้งอยู่
สุดท้าย คือ “รีวิวด้วยผู้ใช้จริง เพื่อให้เกิด Word of Mouth ที่จริงใจ”
NOOYOO ไม่ได้จ้างพรีเซนเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ท่านใดท่านหนึ่งเป็นหลัก เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์
แต่จะใช้ Word of Mouth Marketing หรือ การตลาดแบบปากต่อปาก ด้วยการตั้งใจนำเสนอสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการและเกิดความประทับใจ หรือลองใช้สินค้าแล้วพบว่าใช้ดี จึงอยากแนะนำกับคนรอบตัว หรือรีวิวบนสื่อโซเชียลมีเดีย จนแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีลูกค้าตามมาซื้อสินค้าและบริการของแบรนด์ต่อไปเรื่อย ๆ
ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ยอดขายจากการให้บริการเจาะ และจำหน่ายจิวเวลรีของทางแบรนด์นั้น มีสัดส่วนถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว
อ่านมาถึงตรงนี้ เราอาจสรุปได้ว่าความสำเร็จของ NOOYOO ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่รอบด้าน
และเมื่อกลยุทธ์เหล่านี้ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ NOOYOO กลายเป็นร้านเจาะหูอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องการประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ทีม NOOYOO ได้ทิ้งท้ายกับลงทุนเกิร์ลไว้ว่า
ในอนาคตเราอาจเห็นแบรนด์สัญชาติไทยอย่าง NOOYOO ขยายสาขาต่อยอดไปยังต่างประเทศ ซึ่งแบรนด์กำลังมองหาพาร์ตเนอร์ที่มีมุมมองทางธุรกิจในทิศทางเดียวกัน
แต่จะเป็นที่ประเทศไหนนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามกันต่อไป..
Reference:
-สัมภาษณ์พิเศษกับคุณ Martin Gross ผู้ก่อตั้งแบรนด์ และ คุณศิชญาณ์ิ นิธิดิษยะรังษี Country Manager บริษัท นูยู จำกัด
-สัมภาษณ์พิเศษกับคุณ Martin Gross ผู้ก่อตั้งแบรนด์ และ คุณศิชญาณ์ิ นิธิดิษยะรังษี Country Manager บริษัท นูยู จำกัด