Bogg Bag กระเป๋าหน้าตาคล้ายรองเท้า Crocs ที่สร้างรายได้ทะลุพันล้าน
Business

Bogg Bag กระเป๋าหน้าตาคล้ายรองเท้า Crocs ที่สร้างรายได้ทะลุพันล้าน

27 ม.ค. 2025
Bogg Bag กระเป๋าหน้าตาคล้ายรองเท้า Crocs ที่สร้างรายได้ทะลุพันล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงเป็น “คุณแม่สายแบก” ที่ชอบพกข้าวของเครื่องใช้ทั้งของตัวเองและลูกไปไหนมาไหนเสมอ
การหากระเป๋าดี ๆ สักใบ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งเรื่องขนาด น้ำหนักที่เบา และมีช่องใส่ของที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องยากสำหรับคุณแม่ไม่น้อย
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจะพาทุกคนไปรู้จักกับแบรนด์ “Bogg” กระเป๋าที่เข้าใจปัญหาของคุณแม่สายแบกเป็นอย่างดี
จนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคุณแม่ชาวอเมริกัน และสร้างรายได้สูงถึง 3,400 ล้านบาทในปี 2024
เรื่องราวของ Bogg น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Bogg ก่อตั้งโดยคุณ Kim Vaccarella
คุณแม่ลูกสอง ที่ต้องบาลานซ์ชีวิตการทำงานและการเลี้ยงลูกในเวลาเดียวกัน ทำให้เธอต้องหากระเป๋าที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ ที่ทั้งขนาดใหญ่ น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย และอยู่ทรงเมื่อวางบนพื้น
ซึ่งคุณ Vaccarella ใช้เวลาหลายปีในการมองหากระเป๋าใบโปรด แต่ก็ยังไม่เจอกระเป๋าที่ถูกใจสักที
จนในปี 2009 เธอจึงตัดสินใจดิไซน์กระเป๋าด้วยตัวเอง โดยนำ EVA วัสดุแผ่นโฟมยางอเนกประสงค์ ที่มีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม ทนทานต่อรังสียูวี มาเป็นวัสดุหลัก
อีกทั้งดิไซน์ของกระเป๋า ยังมีรูเจาะโดยรอบสำหรับไว้ใส่ Bits หรือของตกแต่งลวดลายการ์ตูน ที่สามารถนำมาตกแต่งกระเป๋าด้วยตัวเองได้ ทำให้กระเป๋า Bogg มีความคล้ายคลึงกับรองเท้าแบรนด์ Crocs ที่หลายคนคุ้นเคย
แม้ในตอนนั้นคุณ Vaccarella จะไม่มีพื้นฐานด้านแฟชั่นมาก่อน อีกทั้งอาชีพของเธอในตอนนั้นคือ ผู้ควบคุมเงินกู้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ แต่เธอก็ใช้จินตนาการทั้งหมดที่มี ดิไซน์กระเป๋าต้นแบบใบแรกออกมาได้สำเร็จ
จากนั้น เธอจึงนำกระเป๋าไปเสนอขายให้กับบริษัทแฟชั่นหลายแห่ง แต่ไม่มีบริษัทไหนสนใจเลย
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เพราะเธอและสามีได้ใช้เงินออมส่วนตัว มาเปิดบริษัท Bogg จนกระทั่งมีคำสั่งซื้อแรกเป็นออร์เดอร์ขายส่งให้กับร้านค้าใกล้บ้าน ประมาณ 100 ใบ
เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์ Bogg ก็ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในปี 2011 กลายเป็นกระเป๋าที่นิยมอย่างมากในกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่คุณ Vaccarella วางไว้
ต่อมา คุณ Vaccarella จึงต่อยอดธุรกิจ ด้วยการนำไปวางขายในร้านค้าปลีกรายใหญ่ ทำให้เธอต้องสั่งออร์เดอร์บริษัทผู้ผลิตกระเป๋ามากกว่าพันใบ
แต่ด้วยความที่คุณ Vaccarella ยังวางแผนมาไม่ดีพอ เธอจึงต้องยอมนำเงินค่าเทอมลูกในอนาคตมาลงทุน
หนำซ้ำกระเป๋าที่สั่งผลิต กลับมีตำหนิหลายจุดจนไม่สามารถนำไปวางขายได้ แถมโรงงานผลิตกระเป๋ายังปฏิเสธจ่ายเงินชดเชย ทำให้คุณ Vaccarella คิดว่า Bogg คงไม่ได้ไปต่อแล้ว
แต่ในปีถัดมา หลังเหตุการณ์พายุเฮอริเคนเข้าถล่มชายฝั่ง บริเวณรอบพื้นที่บ้านของคุณ Vaccarella ทำให้เธอและครอบครัวตัดสินใจนำกระเป๋าที่ค้างในสต๊อกไปบริจาคให้กับกลุ่มผู้ช่วยเหลือภัยพิบัติ
และเมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ คุณ Vaccarella เห็นว่า ผู้ที่ได้รับกระเป๋าบริจาคก็ยังคงใช้กระเป๋า Bogg ต่อไป แถมยังแนะนำแบบปากต่อปากให้เพื่อน ๆ ซื้อมาใช้ อีกทั้งมีการติดต่อร้านเพื่อสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม
คุณ Vaccarella จึงตัดสินใจผลิตกระเป๋าอีกครั้ง ทำให้ธุรกิจค่อย ๆ ฟื้นตัว
จนในที่สุด ความฝันของคุณ Vaccarella ก็กลายเป็นจริง เมื่อร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Dillard's เห็นศักยภาพของ Bogg และติดต่อให้คุณ Vaccarella นำกระเป๋ามาวางขายในห้างเกือบ 300 แห่ง ทั่วทั้ง 30 รัฐในสหรัฐฯ
ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย แต่ช่วงที่ Bogg กำลังจะได้วางขายในร้านค้าปลีก พายุระลอก 2 ก็กลับมาอีกครั้ง นั่นคือ โควิด-19 ทำให้ผู้คนต่างต้องรัดกุมค่าใช้จ่าย ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย
มาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่ากระเป๋า Bogg ไม่น่าจะขายดี เพราะจังหวะเวลาที่วางขายสินค้า ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่จังหวะที่ดีนัก
แต่เมื่อห้างฯ Dillard's นำกระเป๋า Bogg ออกมาวางขาย กลับต้องประหลาดใจ เพราะสินค้าขายหมดอย่างรวดเร็ว จนแทบจะไม่มีสต๊อกสินค้าไว้ขายสำหรับเทศกาลวันหยุด
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระเป๋า Bogg ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคอมมิวนิตีในเฟซบุ๊กชื่อ Peloton Moms ที่มีผู้ติดตามหลักแสน
ซึ่งผู้ติดตามเพจนี้ส่วนมากเป็นกลุ่มแม่ ๆ ที่มีอาชีพพยาบาลและครู ที่ต้องนำของมากมายออกไปทำงานนอกบ้านเสมอ แม้ในช่วงล็อกดาวน์
จากคอนเทนต์ของกลุ่มแม่บ้าน ก็ค่อย ๆ ขยายฐานลูกค้าไปยังสาว ๆ หลายวัย หลายอาชีพมากขึ้น ส่งผลให้ความสำเร็จของ Bogg ขยายไปไกลกว่าที่คุณ Vaccarella คิด
ทีนี้มาดูรายได้ของ แบรนด์ Bogg ในปี 2019
แบรนด์สามารถทำรายได้ไปกว่า 138 ล้านบาท
แต่ในปี 2024 รายได้ของแบรนด์ ทะยานสูงถึง 3,500 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตกว่า 25 เท่า ภายใน 5 ปี
นอกจากนี้ ปัจจุบัน Bogg ยังพัฒนากระเป๋าให้มีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ช่องวางแก้ว ช่องวางโทรศัพท์ ช่องเก็บความเย็น หรือกระเป๋าใส่ไวน์ ที่สามารถซื้อแยกมาใส่ในกระเป๋าใบหลักได้
ทำให้กระเป๋า Bogg ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มลูกค้าด้วยไอเดียใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ อาจบอกได้ว่า การที่แบรนด์ Bogg สามารถเดินทางมาไกล จนสร้างรายได้หลักพันล้านบาท ไม่ได้เป็นเพราะการออกแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพียงอย่างเดียว
แต่ยังเป็นการไม่หยุดพัฒนา และมีความเชื่อมั่นในตัวสินค้า
เหมือนกับคุณ Vaccarella ที่ต่อให้จะต้องเจอพายุซัดสักกี่ครั้ง ก็ยังคอยหาหนทางให้ธุรกิจไปต่อได้อีกเสมอ..
© 2025 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.